ประวัติความเป็นมาของ Lipstick’s…กับอีกมุมหนึ่งที่คุณยังไม่รู้!!


ประวัติของลิปสติกมีความเป็นมาที่น่าจะคล้ายๆกัน แต่วันนี้ Witch to Fairy Cosmetics ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและน่าสนใจในอีกมุมนึงของโลกกับประวัติของลิปสติกที่แต่ละยุดมีความแตกต่างและคล้ายคลึงกันนิดหน่อย  และเชื่อว่าเมื่อสาวๆได้ทราบแล้วจะต้องร้อง โหย…แค่ลิปสติกเนี่ยนะ อยากทราบกันแล้วใช่ไหมหล่ะไปอ่านกันเลยจ้า … 

ประวัติลิป-01

ริมฝีปากของผู้หญิงในสมัยนี้ คือสิ่งที่ ผู้ชาย นักกวี นักดนตรี ต่างหลงไหลและชื่นชม พวกเขามักจะเปรียบเทียบริมฝีปากของผู้หญิง นั้นดั่งกับกลีบกุหลาบ ชายเหล่านั้นมักชอบให้พวกเธอ ใช้ริมฝีปากสัมผัสตามเรือนร่างของพวกเขา เช่นเดียวกับการกำเนิดของลิปสติกบนริมฝีปากของผู้หญิงขึ้นมานั้น ซึ่งหมายถึงสิ่งที่พวกเขาเปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเมื่อทาลิปสติกนั้นว่า ยิ่งผู้หญิงคนนั้นมีความงามมากแค่ไหนมั๊กจะเป็นผู้หญิงที่เจ้าชู้มากเท่านั้น

ประวัติความเป็นมาของประวัติศาสตร์ลิปสติก

ยุคโบราณของลิปสติก

อีหยิป-01

อียิป2-01

เมื่อเวลาผ่านพ้นมาพันปี ผู้หญิงในยุคโบราณหรือเมโสโปเต มักจะพยายามดูแลตัวเองให้มีความงามและความน่าสนใจจนเป็นที่เรื่องลือกันไปว่าพวกเธอนั้นงดงามแค่ไหน

ในเมโสโปเต คือแหล่งกำเนิดของอารยธรรมเอเชีย สีของริมฝีปากสดใสได้ประสบความสำเร็จด้วยส่วนประกอบของหิน ที่มีความเป็นหอนกึ่งสิ่งมีค่าอย่างเช่น เพรช พลอย ที่สะกัดออกมาเป็นผง iskroshennyh

และแฟชั่นในอียิปต์โบราณที่สง่างามริมฝีปากบางๆ มีสีแดงสดใสนี้ สามารถมองเห็นได้โดยดูที่ภาพของเนเฟอร์ติติ ที่สวยงาม ริมฝีปากสีที่ทำจากส่วนผสมของ โบรมีนไอโอดีนและสาหร่ายสีแดงในลิปสติกที่เพิ่มสีแดงด้วยสีที่ได้มาจากพวกแมลงสีแดงแห้ง

ส่วนแฟนตัวยงของลิปสติกนั้นก็คือ คลีโอพัตรา : สมเด็จพระราชินีของการใช้ส่วนผสมของ สีเหลือง สีแดงและออกไซด์ แต่ในบางครั้งชาวอียิปต์ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งกับลิปสติก แต่ในชีวิต ที่แม้จะอยู่ในชีวิตหลังความตาย ก็ตามพวกเขายังคงเอาไว้ใช้ทากับศพหรือที่มาของการแต่งหน้าศพ ซึ่งความงามในยุคโบราณของ คลีโอพัตรานั้น คือสีครีมหรือสีเลี่ยนดิน

ส่วนผู้หญิงในยุคสมัยรัสเซียเก่า จะใช้น้ำของผลไม้ในการแต่งแต้มสีปาก อย่างเช่น น้ำของราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ และหัวบีท

ยุคกลางของลิปสติก

ในศตวรรษที่  XVII หรือ 17  ลิปสติกได้ทำมาจากส่วนประกอบที่อาจจะเป็นอันตรายกับผู้ที่ไปเสาะหา เพราะบางครั้งต้องเสี่ยงกับอันตรายของการหาวัตถุดิบในการนำมาทำลิปสติกอย่างเช่น  ขี้ผึ้ง สารสกัดจากพืช รวมทั้งกลีบจากดอกเจอเรเนียม หลังจากนั้นน้ำหอมฝรั่งเศสได้เข้ามามีอิทธิพล พวกเค้าจึงเพิ่มครีมหอมสีใส่ลงไปในลิปสติก ที่สร้างขึ้นสำหรับ พระคาร์ดินัลริเชอลิเยอ และเพื่อให้สีได้ดึงดูดความสนใจ

อลิซซาเบธ-01

และในยุคสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบ จึงกลายเป็นสิ่งที่นิยมคือการทา ริมฝีปากสีแดงสดใสทันสมัย รวมกับผิวสีซีดขึ้นหรือที่เราเรียกในสมัยนี้คือการทาลิปแบบ การ์เดี้ยนนั้นเอง แต่ในศตวรรษที่ XVIII หรือ 18 หลุยส์ที่สิบหก ได้มีความนิยมของลิปสติกขึ้นมา ไม่เพียง แต่ผู้หญิงแล้ว ผู้ชายก็สามารถใช้ลิปสติก เพราะมันสามารถช่วยเน้นรูปทรงของริมฝีปาก เพื่อให้ริมฝีปากของพวกเขาไม่ให้หายไปในหนวดและเคราของเขา

อริสเบต-01

แต่อย่างไรก็ตาม ยุโรปยุคกลางที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในช่วงกลางของศตวรรษที่  XVII (17) คริสตจักรได้ประณามการใช้เครื่องสำอางของผู้หญิงที่มีลิปสติกที่เรียกว่าแม่มดและพิพากษาให้ลงโทษในนรกไปชั่วนิรันดร์ และริมฝีปากจริงที่แต้มสี ได้รับการพิจารณา ความผิดทางอาญา และกล่าวให้ลิปสติกเป็น “เครื่องมือของปีศาจ”

แต่ในปี 1770 กฎหมายของรัฐสภาอังกฤษ ได้เกลี้ยกล่อมให้ หญิงและชาย เหล่านี้สมควรได้รับความนับถือ จากการใช้เวทมนต์คาถา

ในยุคอินเดียโบราณ เฉดสีของลิปสติกเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก และใครที่อยากทราบว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนประเทศไหน เฉดสีของลิปสติกจะขึ้นอยู่กับประเทศนั้นๆว่าเป็นสีเฉดไหน และในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยานั้น สีสดใสอย่างสีชมพูได้เริ่มเป็นที่นิยมมาก  รวมถึงการใส่ ผง venetsianok ที่อุดมไปด้วยสีทองที่ใช้ในยุคอินเดียโบราณ และริมฝีปากที่ทาด้วยสีดำแบบแอฟริกัน และในรูปแบบของ (การเปลือย) ริมฝีมากหรือในสมัยนี้เรียกว่า สีนู๊ด ซึ่งจะทำให้ริมฝีปากดูสมบูรณ์และผสานกับผิวเหมือนที่เกิดขึ้นในยุคของอียิปต์

ยุคใหม่ของลิปสติก

รูปแบบที่ทันสมัยของลิปสติกเริ่มได้รับความนิยมในตอนท้ายของศตวรรษที่ XX หรือ สิบเก้า

ในปี 1883 ถือว่าเป็นการถือกำเนิดของลิปสติกในหลอด : โดยผู้ผลิตน้ำหอมฝรั่งเศสที่จัดแสดงนิทรรศการในอัมสเตอร์ดัม ได้นำเสนอการค้นพบลิปสติกของเขา ที่ได้จากไขมันกวางเรนเดีย ในรูปแบบลิปสติกแท่งเล็กๆ ที่ห่อด้วยเศษผ้าไหม ซึ่งเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจและแปลกใหม่ในยุคนั้น

ในตำนานซาร่าห์แบร์นฮาร์ด ได้หลงใหลในความมีเสน่ห์ของเฉดสีที่ได้จากเชอร์รี่ ซึ่งเชอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสีสดใส และสามารถเพิ่มมูลค่าของลิปสติกหลอด ให้มีราคาแพงมากขึ้นเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ติดความหรูหรา

เชอร์รี่-01

ยุคร่วมสมัยของลิปสติก

สงคราม2-01

การปฏิวัติที่แท้จริงในโลกของแฟชั่นได้กลายเป็นลิปสติกลิป Valaz Listre เครื่องสำอางราชินีเฮเลน่ารูบิน : มันมีมูลค่าเพียงไม่กี่ดอลลาร์ ดังนั้นบนชั้นวางของน้ำหอม ก็มีลิปสติกที่ราคาไม่แพงอยู่บนนั้นด้วยโดยที่ผู้ผลิตได้โปรโมทควบคู่กับน้ำหอมพร้อมๆกัน รวมทั้งลิซาเบธ อาร์เดนเฮเลน่ารูบิน และแม็กซ์ ซึ่งเป็นการแข่งขันของแต่ละแบรนด์ เพื่อสิทธิในการทำให้เหล่าหญิงงามที่เป็นสาวกแฟชั่นที่สวยงามได้มีเลือกใช้ไม่ซ้ำกัน รวมถึงมีสีลิปสติกใหม่ๆ ที่ได้รับการปรับปรุง ตัวเนื้อผิวที่ออกแบบของหลอดให้มีรูปแบบที่สามารถใช้ได้สะดวกมากขึ้น แม็กซ์ลิปเป็นผู้คิดค้น และลิซาเบธ อาร์เดน ผู้ก่อตั้งสถาบันความงาม ที่สอนเทคนิคของการใช้เครื่องสำอางให้กับผู้หญิง

ในยุคปีของสงคราม

สงคราม-01

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง เราจะพบเจ้าหลอดขนาดเล็กเวทมนตร์ ในกระเป๋าถือของผู้หญิงทุกคน ซึ่งก็คือลิปสติกแบบแท่ง และเมื่อในปี 1947  ในยุคของปารีส ลิปสติกได้รับอนุญาต ภายใต้แบรนด์ของ « Le Rouge Baiser » ซึ่งแปลว่า « รอบจูบสีแดง » แต่เจ้าลิปสติกนี้เป็นที่นิยมอย่างไม่ ไม่เพียงแค่ทาเมื่อไปออกงานในเวลาเย็นแล้ว แต่ในระหว่างวัน เช่น การเดินไปยังร้านค้าพวกหล่อนก็ไม่เว้นว่างจากการทาลิปสติกเลยหล่ะจ้า

ดารา-01

ดารา1-01

การผลิตลิปสติก เริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 1949 ชาวอเมริกันได้คิดค้นเครื่องผลิตพิเศษ โยใช้ในการผลิตพลาสติกและท่อโลหะขึ้น และบทบาทสำคัญของลิปสติกในกลุ่มนักแสดงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น โดนเฉพาะกับ กลอเรียสเวนสัน  Asta นีลเซ่น  Mary Pickford มาร์ลีนดีทริชลิซาเบธ เทย์เลอร์เทอร์ เนอลาร่า จนทำให้ผู้หญิงทุกคนพยายามที่จะเลียนแบบพวกเธอจึงทำให้ลิปสติกเป็นที่นิยมและเติบโตมากขึ้นเลื่อยๆ ต่อมาในช่วงสหภาพโซเวียต ได้ทำให้เจ้าลิปสติกมีความเจียมเนื้อเจียมตัวมากขึ้นเพราะออกกฎข้อจำกัดในการใช้ลิปสติก

ดารา2-01

แต่เวลาก้เปลี่ยนแปลงโครงร่างของกฎหมายความงามของสาวๆ ให้ผู้หญิงสามารถใช้ลิปสติกได้โดยไม่มีข้อจำกัด ก็แน่หล่ะซิ จะมาออกกฎให้พวกเราไม่สวยได้อย่างไรหล่ะ และกล้าพูดเลยว่า ลิปสติกเป็นไอเท็มคู่ใจของผู้หญิงมาหลายศตวรรษแน่นอน เพราะผู้หญิงต้องสวยค่ะ

ถึงอย่างไรลิปสติกก็ยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องในยุคสมัยปัจจุบันใช่ไหมหล่ะสาวๆ เอาเป็นว่าไม่ว่าจะ คลีโอพัตรา หรือผู้หญิงในยุคสมัยก่อนๆต่างต้องอิจฉาผู้หญิงในยุคสมัยนี้ที่มีลิปสติกหลายเฉดหลายเนื้อมาให้เลือกมากมายเลยใช่ไหมหล่ะ

บทความต้นฉบับ : beautywmn.com

บทความเพิ่มเติม : “ลิปสติก” ทำมาจากอะไร?!

LikeShare-01