Jojoba Oil … สารสกัดธรรมชาติที่ควรรู้จัก


โจโจ้บา ออยนั้นมีลักษณะคล้ายกับน้ำมันที่ผิวหนังเรา ซึ่งผลิตตามธรรมชาติมาก ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้ว โจโจ้บา ออยคือขี้ผึ้งเหลวที่ผ่านกระบวนการผลิตทางเทคนิคจากเมล็ดโจโจ้บา (Simmondsia chinensis) โดยทั่วไปแล้ว โจโจ้บา ออยสกัดโดยการกด บีบ คั้น แต่ก็สามารถสกัดได้โดยใช้สารตัวทำละลายได้ด้วย เพื่อให้ได้ค่าโจโจ้บา ออยที่ดีกว่า วันนี้ Witch to Fairy Cosmetics จึงอยากนำคววามรู้เกี่ยวกันโจโจ้บา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมของลิปของเราค่ะ

JojobaOil-00

เมื่อปี 1822 นาย เอช.เอฟ.ลิงค์ ซึ่งมีอาชีพนักพฤกษศาสตร์ ได้บันทึกต้นโจโจ้บาเอาไว้ที่ เมืองบาจา แคลิฟอร์เนีย และตั้งชื่อมันตามเพื่อนของเขา นาย ที.ดับบลิว.ซิมมอนด์ ซึ่งเป็นนักพฤกษศาสตร์/นักค้นคว้า โจโจ้บา ออยเป็นสารให้ความชุ่มชื้นโดยธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูและเป็นประโยชน์ต่อทุกสภาพผิว ทั้งนี้ โจโจ้บา ออยมีคุณสมบัติเป็นเลิศด้านการรักษาหนังศีรษะ สิ่งที่จะสามารถกล่าวถึงโจโจ้บา ออยได้ดีที่สุดนั้นคือ มันเป็นที่ยอมรับกันว่าสามารถเป็นตัวแทนของน้ำมันสเปิร์มของปลาวาฬ ซึ่งก่อนหน้านี้นิยมใช้น้ำมันสเปิร์มปลาวาฬในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอางค์ (รัฐบาลสหรัฐแบนการล่าปลาวาฬในต้นยุค 1970)

โจโจ้บา ออยเป็นน้ำมันที่ดีที่สุดสำหรับผิวหนังทุกชนิด มีคุณสมบัติบำรุงหล่อเลี้ยงผิวหนังและอุดมไปด้วยวิตามินอีและแร่ธาตุ มันเป็นยารักษาที่ดีสำหรับโรคผิวหนังอักเสบ เช่น โรคสะเก็ดเงินและโรคเรื้อนกวาง โจโจ้บา ออยนั้นสกัดมาจากพืชที่ขึ้นในเขตทะเลทราย สามารถอยู่รอดจากความร้อนและความแห้งแล้งได้ด้วยระบบกลไกการปรับสภาพภายในตัวพืชชนิดนี้เอง

พืชชนิดนี้มีรูขุมขนและมีของเหลวลักษณะคล้ายขี้ผึ้งปกคลุมทั่วทั้งต้น กลไกดังกล่าวช่วยลดการระเหยของน้ำภายในต้นโจโจ้บา เราจะสามารถเก็บเกี่ยวโจโจ้บา ออยจากเมล็ดของพืช ในผลิตภัณฑ์ของเรา เรานำคุณสมบัติจากต้นโจโจ้บามาช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังและหนังศีรษะ เชื่อกันว่าโจโจ้บา ออยนั้นสามารถควบคุมการสร้างผิวหนังชั้นหนังกำพร้าซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับปัญหาเกี่ยวกับผมและหนังศีรษะทั้งหลาย โจโจ้บาทำหน้าที่บำรุงหล่อเลี้ยงเส้นผม ป้องกันผมแตกปลายและพบว่ายังช่วยสภาพผมที่ผ่านการดัด ยืดและทำสีผม

ความเป็นมา

ประวัติโดยย่อ กล่าวกันว่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ได้มีการบันทึกว่าชาวอินเดียในเมืองบาจา แคลิฟอร์เนียนั้นทราบถึงคุณสมบัติพิเศษของต้นโจโจ้บา และใช้โจโจ้บา ออยในเครื่องสำอางและการรักษาทางการแพทย์ เช่น ใช้รักษาโรคมะเร็งผิวหนังและบาดแผล ชาวอินเดียยังใช้โจโจ้บา ออยเป็นยาบำรุงรักษาผมและแม้กระทั่งใช้ในการช่วยเร่งกำเนิด โดยธรรมชาติแล้ว โจโจ้บา ออยสามารถกระตุ้นความสนใจจากอุตสาหกรรมเครื่องสำอางสมัยใหม่และอุตสาหกรรมทางการแพทย์จากทั่วทุกมุมโลก

Simmondsia chinensis ทำหน้าที่ผลิตส่วนผสมที่สอดคล้องกันอย่างยอดเยี่ยมของสารเอสเตอร์ (สารประกอบอินทรีย์เกิดจากปฏิกิริยาของกรดกับแอลกอฮอล์) สารสกัดจากโจโจ้บา ออยจากเมล็ดที่มีคุณภาพเหมาะสมนั้นเป็นผลมาจากผลิตผลตัวแรกที่มีความสะอาดและบริสุทธิ์มาก ซึ่งสารนี้ต้องผ่านกระบวนการขั้นต่ำและ/หรือผ่านกระบวนการกลั่นให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงออกมาซึ่งก็คือผลิตผลที่สอดคล้องกันอย่างลงตัวนั่นเอง

หลังจากผ่านกรรมวิธีการสกัดแล้ว โดยทั่วไปเราจะทำการแยกชิ้นส่วนเล็กๆ ของตะกอนที่เรียกว่า ฟุตเทส(footes) ออกจากโจโจ้บา ออย และจากนั้นก็จะนำโจโจ้บา ออยไปกรองอีกที ขั้นตอนต่อไปก็จะเทโจโจ้บา ออยไปในแท๊งค์ที่หุ้มฉนวนกันความร้อนเพื่อทำการพาสเจอร์ไรซ์เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและคุณภาพของโจโจ้บา ออย

ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับสูตรการบำรุงผิวหลายตัวนั้นมีส่วนผสมของเคมีและคุณสมบัติทางร่างการที่คล้ายคลึงกับลักษณะพื้นผิวหนังของเราเอง  เหตุผลที่ว่าโจโจ้บาสามารถซึมทราบชั้นผิวหนังกำพร้าได้เป็นอย่างดีนั้น เมื่อทาโจโจ้บาลงบนผิวหนัง จะเกิดชั้น lipoid ที่ปราศจากไขมันซึ่งเป็นชั้นที่บางมากของโจโจบาและผิวหนังกำพร้าขึ้น บางส่วนของชั้นที่สามารถไหลซึมผ่านได้นี้ทำให้ผิวหนังสามารถหายใจได้และสามารถควบคุมความชื้นได้ด้วย ไม่เหมือนกับวัตถุที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น สารขี้ผึ้ง น้ำมันจากธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ลาโนลินบางอย่าง โจโจ้บามีคุณสมบัติให้ทำให้ผิวนุ่มนวลได้โดยไม่ทำให้ผิวหนังมันและเหนียวเหนอะหนะ

ในขณะเดียวกัน โจโจ้บายังช่วยรักษาความชุ่มชื่นของผิวหนังโดยช่วยลดการระเหยของน้ำภายในร่างกายสู่ผิวหนังชั้นนอก แต่ทั้งนี้โจโจ้บาก็ไม่ได้สกัดกั้นการหายใจและการระบายไอน้ำของผิวหนังแต่อย่างใด คุณสมบัติดังกล่าวนี้เป็นผลมาจากโครงสร้างอะตอมของโจโจ้บาที่ช่วยป้องกันการเกาะตัวของสารไฮโดรคาร์บอน โจโจ้บานับว่าเป็นสารที่ดีเยี่ยมแก่ผิวหนังด้วยคุณสมบัติทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นและไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะในขณะที่ช่วยลดปริมาณการเสียน้ำของผิวหนัง ทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนังด้วย

การศึกษางานวิจัยต่อเนื่องนั้นยังแสดงให้เห็นว่า โจโจ้บา ออยนั้นสามารถซึมทราบเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็วและทำให้ผิวหนังนิ่มนวลจากภายใน จากการศึกษาเกี่ยวกับระบบการซึมสู่ผิวหนัง นี่คือสาเหตุหลักทั้ง 6 ประการที่ทำให้โจโจ้บาสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้เป็นอย่างดี

– ความหนืด: น้ำมันที่มีความหนืดต่ำจะให้คุณสมบัติที่ดีกว่าน้ำมันที่มีความหนืดสูง และ โจโจ้บา ออย มีความหนืดต่ำ

– ความเข้มข้นของน้ำมันที่ไม่ถึงจุดอิ่มตัว: น้ำมันที่ไม่ถึงจุดอิ่มตัวจะมีคุณสมบัติการซึมผ่านได้ดีกว่า

– ค่า Saponification (ค่าทำฟอง หรือ ค่าการทำให้เกิดฟอง): ยิ่งมีค่านี้น้อยเท่าไร ก็ยิ่งมีคุณสมบัติดีเท่านั้น โจโจ้บา ออยมีค่านี้ต่ำ

– ความยาวของโมเลกุลคาร์บอน: โมเลกุลคาร์บอนยิ่งสั้นเท่าไร ก็ยิ่งมีคุณสมบัติดีเท่านั้น

– สาร Lecithin: น้ำมันที่มีปริมาณ Lecithin น้อยแค่ไหน ก็ยิ่งมีคุณสมบัติดีเท่านั้น โจโจ้บาไม่มีสารชนิดนี้อยู่เลย

– โครงสร้างทางดมเลกุล: โมเลกุลที่ตรงและค่า ester ที่ถูกแบ่งไปนั้นสามารถซึมผ่านได้ดีกว่า triglyceride oils

โจโจ้บานั้นถือว่ารวมอยู่ในประเภทกรดไขมัน monounsaturated และ แอลกอฮอล์ monounsaturated โจโจ้บามีค่า Saponification มากและแทบจะไม่มีสาร Lecithin เลย เราใช้ไอโอดีนเป็นการเครื่องการวัดค่าที่บ่งชี้ถึงปริมาณน้ำมัน การวิจัยเกี่ยวกับการดูดซึมของสารของมหาวิยาลัย Michigan แสดงให้เห็นว่าโจโจ้บาสามารถซึมทราบสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว

การรวมตัวกันเป็นโจโจ้บา ออย สำหรับสูตรดูแลผิวหนังนั้นเป็นกระบวนที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ซึ่งก็คือโจโจ้บาจะต้องมีค่า hydrophilic/lipophilic balance (HLB) ประมาณ 6 โจโจ้บาได้รับการพิจารณาสามารถใช้ร่วมกับส่วนผสมเครื่องสำอางต่อไปนี้ได้เกือบทั้งหมด เช่น anionic cationic amphoteric และ non-ionic 

โจโจ้บา ออยไม่เพียงแต่ได้รับการพิจารณาให้เป็นตัวแทนของ mineral oil triglyceride lanolin squalane และ ester สังเคราะห์ แต่โจโจ้บาสามารถดึงคุณสมบัติการทำงานใหม่ๆ ทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ออกมาใช้ได้อีกด้วย

JojobaOil-01

โจโจ้บาและการบำรุงเส้นผม

โจโจ้บาคือสารที่ช่วยบำรุงผมและหนังศีรษะได้เป็นอย่างดี ปัญหาศีรษะหลายประการนั้นมักเป็นสาเหตุมาจากหนังศีรษะแห้งซึ่งเป็นอุปสรรคในการดูดซึมของเส้นผมและอาจทำให้เกิดรังแค ถ้าหนังศีรษะที่แห้งนั้นไม่ถูกกำจัดออก ความแข็งแรงและคุณภาพของเส้นผมก็จะเสียไปด้วยและท้ายที่สุดการดูดซึมของเส้นผมก็จะเสีย โจโจ้บา ออยจะซึมลึกลงไปสู่อนูของเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อกำจัดปัญหาผมเสียและหนังศีรษะแห้ง โดยรังแคที่เกิดจากหนังศีรษะแห้งซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดูดซึมของเส้นผมจะถูกกำจัดเพื่อให้หารดูดซึมของเส้นผมดำเนินไปตามปกติ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มีส่วนผสมของโจโจ้บา จะไม่ทำให้ผมเหนียวหลังใช้ผลิตภัณฑ์และฝุ่นผงในอากาศ โจโจ้บาจะทำให้ผมสลวยและสะอาด

ผลการทดสอบของโจโจ้บาแสดงว่า การใช้โจโจ้บา ออยจะไม่ทำให้ผมขาดความเงางามหรือทำให้สีธรรมชาติของผมเสีย สัดส่วนที่เหมาะสมที่สุดในการผสมลงในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมคือ 0.5-3% ส่วนผสมของโจโจ้บาจะช่วยทำให้ผมสวย ชุ่มชื้นและจัดทรงง่ายขึ้น อีกทั้งยังทำให้ผมนุ่มสลวยเป็นเงางาม โจโจ้บาช่วยบำรุงผมและปกป้องเส้นผมไม่ให้ขาดความเงางามซึ่งอาจเกิดได้จากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพเส้นผม

เห็นไหมคะว่า โจโจ้บา ออยมีประโยชน์ขนาดไหน เพราะเราเห็นประโยชน์นี้มีค่ามากเลยอยากให้คุณค่าแก่คุณสาวๆทั้งหลายค่ะ

บทความต้นฉบับ :  bigardth.com

บทความเพิ่มเติม :  เทรนด์ล่ามาแรงกับ…อายไลน์เนอร์ “เขายูนิคอร์น” เก๋กู๊ดอยู่นะเธอ!!

LikeShare-01

 

 

 

 

Comments are closed.

Powered by WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: